โรงไฟฟ้าและใช้พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย



โรงไฟฟ้า เป็นแหล่งพลังงานหลัก ที่ประเทศไทยและทุกภูมิภาคทั่วโลกต้องใช้ ซึ่งในการจะได้มาจำเป็นต้องอาศัยแหล่งกำเนิด ทั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เชื้อเพลิง และพลังงาน ซึ่งในปัจจุบันสามารถพบเห็นได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานน้ำ ถ่านหิน ก๊าซธรรมชาติ ความร้อน ขยะ ฯลฯ   

โรงไฟฟ้าและการผลิตไฟฟ้าในประเทศไทย  

ในประเทศไทยมีแหล่งพลังงานชั้นดีที่สามารถนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยผ่านกระบวนการผลิตและแปรเปลี่ยนให้อยู่ในรูปของพลังงานไฟฟ้า ก่อนจะแจกจ่ายให้แก่ประชาชนเพื่อใช้สอย โดยแบ่งเป็นประเภทต่าง ๆ ได้แก่  

1. โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อน สิ่งที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในการผลิตกระแสไฟฟ้า ได้แก่ พลังงานขับเคลื่อน กังหัน เครื่องกำเนิดไฟฟ้า และเชื้อเพลิง เพื่อสร้างกลไกการเผาไหม้และสร้างไอแรงดันสูง  

2. โรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนร่วม ผสานการทำงานของสองเทคโนโลยี คือ โรงไฟฟ้ากังหันก๊าซ และโรงไฟฟ้ากังหันน้ำ โดยอาศัยหลักในการทำงานของการถ่ายเทความร้อน ทำให้น้ำเดือดกลายเป็นไอ เพื่อขับเคลื่อนเพลา และส่งต่อไปยังเครื่องกำเนิดไฟฟ้า  

3.โรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซ มีประสิทธิภาพสูงในการผลิตกระแสไฟฟ้า จึงเป็นรูปแบบที่ใช้อย่างแพร่หลายที่สุดในประเทศไทย  

4. โรงไฟฟ้าพลังน้ำ เป็นโรงไฟฟ้าที่ค่อนข้างมีค่าใช้จ่ายในเรื่องการก่อสร้างเขื่อนเพื่อกักเก็บน้ำ แต่เมื่อเทียบรูปแบบในระยะยาวจะมีความคุ้มค่าในเรื่องการผลิตกระแสไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่อง ตามธรรมชาติของการใช้กฎแรงโน้มถ่วงหรือการใช้ประโยชน์จากกระแสน้ำ เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าผ่านเครื่องกำเนิดไฟฟ้า  

5. โรงไฟฟ้ากังหันก๊าซ อาศัยพลังงานจากการเผาไหม้ระหว่างก๊าซธรรมชาติหรือน้ำมันดีเซล ภายใต้ความดันสูงของเครื่องดันอากาศในห้องเผาไหม้ จนกลายเป็นไอร้อน ดันกังหันให้เกิดการหมุน และเชื่อมต่อไปยังเพลากังหันเครื่องกำเนิดไฟฟ้า   

6. โรงไฟฟ้าดีเซล มีหลักการทำงานคล้ายกับเครื่องยนต์ดีเซล คือ พลังงานจะเปลี่ยนถ่ายจากกระบอกสูบ ส่งเข้าสู่เพลาของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า เพื่อเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า  

ความสำคัญของโรงไฟฟ้าในประเทศไทย  

อย่างที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า พลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานหลักที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิต ซึ่งมีประโยชน์ในหลากหลายด้าน ไม่ใช่เพียงแค่การอำนวยความสะดวกเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นสิ่งที่จะการันตีถึงความมั่นคง ทางพลังงานและเศรษฐกิจของประเทศ เพราะการจะได้มาซึ่งพลังงานไฟฟ้าแต่ละเมกะวัตต์ จำเป็นที่จะต้องอาศัยเทคโนโลยีและทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่ในท้องถิ่น เพื่อนำมาใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด  

นอกจากนั้น การนำเข้ากระแสไฟฟ้าจากต่างประเทศ ค่อนข้างใช้เวลาและค่าใช้จ่ายที่สูง ทำให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จำเป็นที่ต้องมีการจัดตั้งโรงไฟฟ้าขึ้นภายในประเทศ เพื่อการผลิตและกระจายไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการ   

ในปัจจุบัน ทรัพยากรที่มีอยู่ในธรรมชาติกำลังหมดไป ซึ่งส่งผลทำให้การผลิตพลังงานไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าอาจจะไม่เพียงพอต่อความต้องการ อีกทั้งยังมีปัจจัยในเรื่องของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เข้ามามีผลกระทบต่อการดำเนินการ ทำให้ปัญหานี้จำเป็นจะต้องได้รับการแก้ไขและมองหาแหล่งพลังงานอื่น แต่ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ด้วยความมุ่งมั่นและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เชื่อว่า เราจะมีพลังงานไฟฟ้าเพียงพอต่อการใช้งาน ทั้งในปัจจุบันและในอนาคตอย่างแน่นอน